ขายของออนไลน์ ปิดการขายได้ยังไม่ถือว่าจบงาน เพราะยังเหลือด่านที่ตัดสินว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำหรือไม่ นั่นคือการแพ็คของส่งลูกค้า กล่องพัสดุคือสิ่งแรกที่ลูกค้าได้จับต้องจากร้านเรา ถ้าของถึงมือในสภาพสมบูรณ์ แพ็คเรียบร้อย แกะแล้วประทับใจ โอกาสได้รีวิวดีและลูกค้าประจำก็เพิ่มขึ้นทันที แต่ถ้าของแตก กล่องบุบ หรือพัสดุตีกลับ นอกจากเสียเงินสองต่อ ยังเสียความเชื่อใจที่หาคืนยาก บทความนี้รวมวิธีแพ็คสินค้าและการจัดส่งของออนไลน์แบบครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกวัสดุ เลือกขนส่ง ไปจนถึงการดูแลลูกค้าหลังกดส่งพัสดุ

แพ็คของส่งลูกค้าให้ดี สำคัญกับร้านออนไลน์แค่ไหน

หลายร้านทุ่มงบยิงแอดและทำรูปสวย แต่มาพลาดตอนแพ็คของ ทั้งที่การแพ็คคือประสบการณ์ลูกค้าโดยตรง และส่งผลกับร้านมากกว่าที่คิด

  • ป้องกันสินค้าเสียหาย ของแตกหนึ่งชิ้นไม่ได้เสียแค่ต้นทุนสินค้า แต่รวมค่าส่งรอบใหม่และเวลาเคลียร์ปัญหา บางครั้งเสียลูกค้าไปเลย
  • สร้างความประทับใจแรก ลูกค้าเห็นสินค้าจริงครั้งแรกตอนแกะกล่อง พัสดุที่แพ็คเรียบร้อยพร้อมการ์ดขอบคุณใบเล็ก ให้ความรู้สึกต่างจากถุงยับ ๆ ชัดเจน
  • ได้รีวิวและการบอกต่อ ลูกค้าจำนวนไม่น้อยถ่ายรูปพัสดุลงโซเชียล แพ็คสวยเท่ากับได้โฆษณาฟรี แต่ถ้าแพ็คแย่ รูปเดียวกันอาจกลายเป็นรีวิวติดลบแทน
  • ลดงานหลังบ้าน แพ็คดีตั้งแต่แรก งานเคลมและแชทร้องเรียนจะลดลง เหลือเวลาไปโฟกัสการขายมากขึ้น

เลือกวัสดุแพ็คสินค้าให้เหมาะกับของที่ขาย

วัสดุแพ็คไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด แต่ต้องเหมาะกับสินค้า หลักคิดง่าย ๆ คือป้องกันเป็นสามชั้น ชั้นแรกห่อตัวสินค้า ชั้นที่สองกันกระแทกและเติมช่องว่าง ชั้นนอกสุดคือกล่องหรือซองที่ทนต่อการขนส่ง

  • กล่องลูกฟูก เหมาะกับของแข็ง ของเปราะ หรือออเดอร์ที่มีหลายชิ้น เลือกความหนาตามน้ำหนักสินค้า
  • ซองพลาสติกและซองกันกระแทก เหมาะกับเสื้อผ้าและของที่ไม่กลัวการกดทับ น้ำหนักเบา ช่วยประหยัดค่าส่ง
  • บับเบิลกันกระแทก ตัวช่วยหลักของของเปราะอย่างเครื่องแก้วหรือเครื่องสำอาง ห่อหลายรอบโดยเฉพาะมุมและจุดบอบบาง
  • กระดาษฝอยหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ ใช้เติมช่องว่างในกล่อง ต้นทุนต่ำแต่ได้ผลดี
  • ถุงพลาสติกกันน้ำ ห่อสินค้าอีกชั้นก่อนใส่กล่อง กันฝนและความชื้นระหว่างทาง จำเป็นมากกับเสื้อผ้า หนังสือ และของที่โดนน้ำแล้วเสียหาย

จับคู่วัสดุกับประเภทสินค้า

เสื้อผ้าใช้ถุงกันน้ำบวกซองไปรษณีย์ก็เพียงพอ เครื่องสำอางหรือของเหลวขวดแก้วต้องห่อบับเบิลหลายชั้นแล้วเติมช่องว่างในกล่องให้แน่น อาหารแห้งเน้นกันความชื้นและปิดผนึกให้สนิท ส่วนของชิ้นใหญ่ที่เปราะบาง ติดป้ายระวังแตกได้แต่อย่าพึ่งป้ายอย่างเดียว เพราะพัสดุทุกกล่องมีโอกาสถูกโยนหรือวางทับ ควรแพ็คเผื่อไว้ตั้งแต่ต้น

วิธีแพ็คสินค้าให้ปลอดภัยและสวย แบบไม่เพิ่มต้นทุนเยอะ

เป้าหมายของการแพ็คมีสองข้อ ของต้องถึงมือในสภาพสมบูรณ์ และลูกค้าแกะแล้วรู้สึกดี ทั้งสองอย่างทำได้โดยไม่ต้องใช้ของแพง ลองทำตามขั้นตอนนี้

  1. เช็กสินค้าก่อนแพ็ค ตรวจรุ่น สี ไซซ์ จำนวนให้ตรงออเดอร์ และเช็กสภาพว่าไม่มีตำหนิ
  2. ห่อกันกระแทกชั้นแรก ของเปราะห่อบับเบิลทีละชิ้น อย่าให้ของแข็งสองชิ้นกระทบกันโดยตรง
  3. เลือกกล่องขนาดพอดี กล่องใหญ่เกินทำให้ของขยับและเปลืองค่าส่ง เติมช่องว่างจนเขย่าแล้วไม่มีเสียงของขยับ
  4. ใส่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่สร้างความรู้สึกดี การ์ดขอบคุณเขียนชื่อลูกค้า สติกเกอร์โลโก้ หรือโค้ดส่วนลดครั้งหน้า ต้นทุนต่อกล่องไม่กี่บาทแต่ลูกค้าจำได้นาน
  5. ปิดกล่องให้แน่นหนา ติดเทปเป็นรูปตัว H ตามแนวฝากล่อง แปะที่อยู่ให้เรียบอ่านง่าย และถ่ายรูปพัสดุเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนส่ง

ส่วนเรื่องต้นทุน ซื้อวัสดุแบบยกแพ็คถูกกว่าซื้อปลีกมาก เลือกขนาดกล่องมาตรฐานที่ครอบคลุมสินค้าส่วนใหญ่สักสองถึงสามขนาดก็พอ ความสวยให้เน้นความสม่ำเสมอ ใช้โทนสีเดียวกันทุกกล่อง ลูกค้าจะจำแบรนด์ได้เอง

เลือกขนส่งสำหรับจัดส่งของออนไลน์ และคิดต้นทุนค่าส่งให้ครบ

ไม่มีขนส่งเจ้าไหนดีที่สุดสำหรับทุกร้าน เพราะราคาและโปรโมชันเปลี่ยนอยู่ตลอด สิ่งที่ควรทำคือเทียบจากปัจจัยที่กระทบร้านเราจริง ๆ

  • ความเร็วและพื้นที่จัดส่ง ถ้าลูกค้าหลักอยู่ต่างจังหวัดหรือพื้นที่ห่างไกล ให้เลือกเจ้าที่ครอบคลุมพื้นที่นั้นจริงและถึงไว
  • ราคาตามน้ำหนักและขนาด แต่ละเจ้าคิดราคาต่างกันตามช่วงน้ำหนัก ลองคำนวณจากขนาดพัสดุที่ร้านส่งบ่อยที่สุด
  • ความสะดวกในการส่ง มีจุดส่งพัสดุใกล้บ้านไหม มีบริการเข้ารับถึงที่หรือเปล่า ยิ่งออเดอร์เยอะ ข้อนี้ยิ่งประหยัดเวลา
  • ระบบติดตามและการเคลม เช็กว่าติดตามสถานะได้ละเอียดแค่ไหน และถ้าของหายหรือเสียหาย ขั้นตอนเคลมยุ่งยากหรือไม่

เก็บเงินปลายทางหรือให้โอนก่อนส่ง

เก็บเงินปลายทางช่วยให้ลูกค้าใหม่กล้าสั่งและปิดการขายง่ายขึ้น แต่มีค่าธรรมเนียมและความเสี่ยงตีกลับสูงกว่า ส่วนแบบโอนก่อนได้เงินชัวร์ แต่ลูกค้าบางกลุ่มไม่สะดวก ทางที่ดีคือเปิดทั้งสองแบบ แล้วคุมความเสี่ยงด้วยการยืนยันออเดอร์ก่อนส่งทุกครั้ง

อย่าลืมคิดค่าส่งในราคาขาย

ต้นทุนการจัดส่งไม่ได้มีแค่ค่าขนส่ง แต่รวมค่ากล่อง บับเบิล เทป และค่าธรรมเนียมเก็บเงินปลายทางด้วย คำนวณต้นทุนแพ็คต่อออเดอร์ให้ชัด แล้วเลือกว่าจะบวกในราคาสินค้า เก็บค่าส่งแยก หรือทำโปรส่งฟรีเมื่อซื้อครบยอดเพื่อดันยอดต่อบิล อ่านวิธีตั้งโปรให้ไม่ขาดทุนต่อได้ในคู่มือทำโปรโมชันและคูปอง

ออเดอร์เยอะก็ไม่หลุด จัดระบบแพ็คของส่งลูกค้าให้เป็นขั้นตอน

ช่วงออเดอร์วันละไม่กี่ชิ้น จดในแชทยังพอไหว แต่พอยอดโตขึ้น ปัญหาคลาสสิกจะตามมา ทั้งลืมส่ง แพ็คผิดสี ส่งสลับที่อยู่ ทางป้องกันคือทำให้ตั้งแต่รับออเดอร์จนถึงส่งของเป็นระบบเดียวกัน

  • รวมออเดอร์ไว้ที่เดียว ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งจากช่องทางไหน สรุปทุกรายการเข้าระบบเดียว ไม่ปล่อยให้กระจายอยู่ในแชทหลายแอป
  • ใช้สถานะออเดอร์ให้ชัด เช่น รอชำระ รอแพ็ค ส่งแล้ว จะเห็นทันทีว่ามีงานค้างเท่าไหร่ และไม่มีออเดอร์ตกหล่น
  • ปริ้นท์ที่อยู่แทนการเขียนมือ ลายมืออ่านยากคือสาเหตุยอดฮิตของพัสดุหลงทาง ใบปะหน้าแบบปริ้นท์ทั้งเร็วกว่าและผิดพลาดน้อยกว่า
  • แพ็คเป็นรอบเวลา กำหนดเวลาตัดรอบแล้วแพ็ครวดเดียว เช่น รอบเที่ยงและรอบเย็น เร็วกว่าแพ็คทีละออเดอร์ทั้งวันและพลาดยากกว่า

ถ้าอยากได้ระบบแบบนี้โดยไม่ต้องประกอบเอง ลองใช้ระบบรับออเดอร์และเก็บเงินปลายทางของ KirinCore ลูกค้ากดสั่งและกรอกที่อยู่ผ่านฟอร์มบนเซลเพจได้เอง ออเดอร์ทุกยอดเข้ามารวมในที่เดียว อัปเดตสถานะได้ครบ เริ่มใช้ฟรีและไม่ต้องเขียนโค้ด

ลดพัสดุตีกลับ ด้วยการเช็กข้อมูลก่อนส่งทุกครั้ง

พัสดุตีกลับคือฝันร้ายของร้านออนไลน์ โดยเฉพาะออเดอร์เก็บเงินปลายทาง เพราะเสียค่าส่งไปฟรี สินค้าบางอย่างตีกลับมาแล้วขายต่อไม่ได้ สาเหตุส่วนใหญ่คือข้อมูลผิดตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งป้องกันได้เกือบทั้งหมด

  • เช็กที่อยู่ให้ครบ ต้องมีบ้านเลขที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด และรหัสไปรษณีย์ครบถ้วน ใช้ฟอร์มสั่งซื้อที่บังคับกรอกทุกช่องจะตัดปัญหานี้ไปได้เยอะ
  • ยืนยันเบอร์โทรทุกครั้ง เบอร์ผิดหลักเดียว ขนส่งติดต่อผู้รับไม่ได้ก็ตีกลับ เช็กว่าเบอร์ครบสิบหลักและติดต่อได้จริง
  • ทักยืนยันออเดอร์ก่อนส่ง สรุปรายการสินค้า ยอดเงิน และที่อยู่ให้ลูกค้าคอนเฟิร์มอีกรอบ โดยเฉพาะออเดอร์เก็บเงินปลายทางยอดสูง
  • แจ้งลูกค้าว่าของกำลังไป ลูกค้าที่รู้กำหนดส่งมักเตรียมเงินและอยู่รับของ ลดเคสโทรแล้วไม่รับสาย
  • ออเดอร์เสี่ยงสูงพิจารณาขอมัดจำ สินค้าราคาสูงหรือสั่งจำนวนมาก การขอมัดจำบางส่วนช่วยกรองเฉพาะลูกค้าที่ตั้งใจซื้อจริง

ส่งแล้วอย่าเงียบ แจ้งเลขพัสดุและดูแลลูกค้าหลังการขาย

งานจัดส่งไม่จบตอนหย่อนพัสดุ แต่จบตอนลูกค้าได้ของและพอใจ สิ่งแรกที่ต้องทำคือแจ้งเลขพัสดุทันทีที่ส่ง พร้อมบอกช่องทางเช็กสถานะ ลูกค้าจะอุ่นใจ ไม่ต้องทักมาถามว่าของถึงไหน และยังช่วยลดตีกลับเพราะลูกค้ารู้ว่าต้องรอรับของ

ผ่านไปสองสามวัน ลองทักไปถามสั้น ๆ ว่าได้รับสินค้าเรียบร้อยไหม ถ้าลูกค้าพอใจ นี่คือจังหวะทองในการขอรีวิวหรือส่งโค้ดส่วนลดครั้งถัดไป ต่อยอดเป็นลูกค้าประจำได้เลย ดูเทคนิคเพิ่มเติมได้ในวิธีทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ส่วนถ้าเกิดปัญหาอย่างของแตกหรือส่งช้า ให้รีบตอบ ขอโทษ และเสนอทางแก้ที่ชัดเจน ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้จำที่ความผิดพลาด แต่จำวิธีรับผิดชอบของร้าน

สรุปสั้น ๆ การแพ็คของส่งลูกค้าให้ดีไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่คือการลงทุนที่ได้คืนเป็นรีวิว ยอดซื้อซ้ำ และความเสียหายที่ลดลง เริ่มจากวัสดุที่เหมาะ ระบบออเดอร์ที่ไม่ตกหล่น และการสื่อสารหลังส่งที่สม่ำเสมอ ถ้าพร้อมยกระดับหลังบ้านของร้าน ลองสร้างเซลเพจพร้อมฟอร์มสั่งซื้อ ระบบจัดการออเดอร์ และเก็บเงินปลายทางครบในที่เดียวกับ KirinCore สมัครใช้งานฟรีได้ที่นี่ แล้วให้ทุกออเดอร์ไหลลื่นตั้งแต่กดสั่งจนถึงมือลูกค้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แพ็คของส่งลูกค้าต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง

ชุดพื้นฐานคือกล่องหรือซองไปรษณีย์ บับเบิลกันกระแทก ถุงพลาสติกกันน้ำ เทปติดกล่อง กรรไกร และใบปะหน้าสำหรับปริ้นท์ที่อยู่ เลือกขนาดกล่องมาตรฐานสักสองถึงสามขนาดให้ครอบคลุมสินค้าส่วนใหญ่ แล้วซื้อวัสดุแบบยกแพ็คเพื่อให้ต้นทุนต่อกล่องถูกลง

แพ็คยังไงไม่ให้สินค้าแตกระหว่างขนส่ง

ใช้หลักสามชั้น ห่อสินค้าด้วยบับเบิลทีละชิ้น เลือกกล่องขนาดพอดี แล้วเติมช่องว่างด้วยกระดาษฝอยหรือบับเบิลจนเขย่าแล้วของไม่ขยับ ปิดเทปเป็นรูปตัว H และคิดเสมอว่าพัสดุมีโอกาสถูกโยนหรือวางทับ จึงควรแพ็คเผื่อไว้ตั้งแต่แรก

เลือกขนส่งเจ้าไหนดีสำหรับร้านออนไลน์

ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน ให้เทียบจากความเร็ว พื้นที่จัดส่ง ราคาตามช่วงน้ำหนักที่ร้านส่งบ่อย ความสะดวกในการส่งหรือบริการเข้ารับถึงที่ รวมถึงระบบติดตามและการเคลม ลองส่งจริงสักช่วงแล้วดูว่าเจ้าไหนตอบโจทย์ลูกค้าของร้านที่สุด

ทำยังไงให้พัสดุเก็บเงินปลายทางไม่ตีกลับ

เช็กที่อยู่และเบอร์โทรให้ครบก่อนส่งทุกครั้ง ทักยืนยันออเดอร์กับลูกค้าอีกรอบโดยเฉพาะยอดสูง แจ้งเลขพัสดุให้ลูกค้ารู้ว่าของกำลังไป และใช้ฟอร์มสั่งซื้อที่บังคับกรอกข้อมูลจัดส่งครบถ้วน วิธีเหล่านี้ช่วยลดการตีกลับได้มาก

ควรบวกค่าส่งในราคาสินค้าหรือเก็บแยก

ทำได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับสินค้าและตลาด สิ่งสำคัญคือต้องคำนวณต้นทุนแพ็คและค่าส่งต่อออเดอร์ให้ครบก่อน จะบวกในราคาขาย เก็บค่าส่งแยก หรือทำโปรส่งฟรีเมื่อซื้อครบยอดก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าราคาสุดท้ายยังมีกำไรเหลือ

บทความที่เกี่ยวข้อง