คู่มือนี้ไม่ใช่บทความ "เซลเพจคืออะไร" อีกฉบับ แต่เป็นการพาทำจริงทีละหน้าจอ ตั้งแต่กดสมัคร เลือกเทมเพลต จัดบล็อก ติด Pixel ไปจนถึงกดเผยแพร่ พร้อมตัวเลขที่วัดจากหน้าเพจจริงที่เผยแพร่อยู่บนระบบ
เซลเพจคืออะไร (ฉบับสั้น)
เซลเพจคือหน้าเว็บที่ออกแบบมาเพื่อเป้าหมายเดียวคือปิดการขาย มีครบทั้งรูป จุดเด่น ราคา และปุ่มสั่งซื้อในหน้าเดียว ไม่มีเมนูให้กดหลุดออกไปทางอื่น เหมาะที่สุดกับการรับทราฟฟิกจากแอดหรือโซเชียล
ถ้าอยากเทียบข้อดีข้อเสียกับการขายบน Shopee/Lazada แบบละเอียด เราแยกไว้อีกบทความแล้วที่ เซลเพจ vs มาร์เก็ตเพลส อันไหนคุ้มกว่า — ในหน้านี้จะโฟกัสที่ "วิธีทำ" ล้วน ๆ
เตรียม 4 อย่างก่อนเริ่ม
เตรียมของพวกนี้ไว้ก่อน จะทำเสร็จรวดเดียวไม่ต้องหยุดกลางทาง
- รูปสินค้า — อย่างน้อย 3 รูป: รูปสินค้าเดี่ยวพื้นสะอาด รูปตอนใช้งานจริง และรูปที่เห็นขนาดเทียบกับของอื่น (ดูวิธีถ่ายได้ที่ เทคนิคถ่ายรูปสินค้า)
- ข้อมูลสินค้า — ชื่อ ราคา ตัวเลือก (สี/ไซซ์) และโปรโมชั่นที่จะใช้
- ชื่อเพจเป็นภาษาอังกฤษ — เพราะระบบใช้ชื่อนี้สร้าง URL ให้ (อ่านกติกาในหัวข้อถัดไป)
- Pixel ID — ถ้าจะยิงแอด เตรียม Facebook Pixel หรือ TikTok Pixel ไว้ก่อน จะได้ติดจบในรอบเดียว
6 เทมเพลตที่เลือกได้จริงในระบบ
ตอนกด "สร้างหน้าใหม่" ระบบจะให้เลือกจุดตั้งต้น 6 แบบ แต่ละแบบมาพร้อมบล็อกที่วางไว้ให้แล้วต่างกัน
- หน้าเปล่า — เริ่มจากศูนย์ เหมาะกับคนที่มีโครงในหัวอยู่แล้ว
- ขายสินค้า — มาพร้อมส่วนฮีโร่และสินค้าตัวอย่าง พร้อมขายทันที เป็นตัวที่คนทำเซลเพจเลือกบ่อยที่สุด
- บริการ — ฮีโร่ + ฟอร์มรับงาน เหมาะกับงานรับจ้าง งานออกแบบ หรือบริการที่ต้องให้ลูกค้ากรอกรายละเอียดก่อน
- งาน/อีเวนต์ — ฮีโร่ + ฟอร์มลงทะเบียน สำหรับคอร์ส สัมมนา หรืออีเวนต์
- สื่อ/โซเชียล — โครงสำหรับขายพื้นที่โฆษณาหรือดีลสปอนเซอร์ เหมาะกับเพจและครีเอเตอร์
- AI สร้างให้ — พิมพ์บอกว่าขายอะไร ระบบจัดบล็อกและร่างข้อความให้ แล้วค่อยแก้ทีหลัง
ถ้ายังนึกหน้าตาไม่ออก ดูตัวอย่างงานเสร็จได้ที่ ไอเดียเทมเพลตเซลเพจ ก่อนก็ได้
กติกาตั้งชื่อเพจ และ URL ที่คุณจะได้
จุดที่คนพลาดบ่อยคือช่อง "ชื่อหน้า" — ระบบรับเฉพาะภาษาอังกฤษ ตัวเลข และเครื่องหมาย - _ . เท่านั้น เพราะชื่อนี้จะถูกนำไปสร้างลิงก์ของคุณโดยตรง
ตั้งชื่อว่า my-shop คุณจะได้ URL เป็น my-shop.kir-in.com — เป็นซับโดเมนของตัวเอง ไม่ใช่ลิงก์ยาว ๆ ต่อท้ายโดเมนคนอื่น ข้อดีคือสั้น จำง่าย พิมพ์บอกลูกค้าทางโทรศัพท์ได้ และดูน่าเชื่อถือกว่าเวลาแปะในแอด
5 ขั้นตอนสร้างเซลเพจ (ทำตามหน้าจอจริง)
ขั้นตอนที่ 1: สมัครฟรีแล้วเลือกจุดตั้งต้น
สมัครใช้งาน KirinCore ฟรี จากนั้นกดปุ่ม "สร้างหน้าใหม่" ที่มุมขวาบนของแดชบอร์ด ใส่ชื่อหน้าเป็นภาษาอังกฤษ แล้วเลือก 1 ใน 6 เทมเพลตข้างบน ก่อนกดสร้างมีปุ่ม "ดูตัวอย่าง" ให้กดดูหน้าตาเทมเพลตนั้นก่อนได้ ไม่ต้องเดา
ขั้นตอนที่ 2: เข้าใจหน้าตัวแก้ไข — ทุกอย่างเป็น "บล็อก"
หน้าเพจของคุณประกอบจากบล็อกเรียงลงมา เช่น ส่วนหัว ขั้นตอนการใช้ ตัวเลข รีวิวลูกค้า แต่ละบล็อกมีปุ่มประจำตัว 4 ปุ่ม
- แก้ไข — เปลี่ยนข้อความและรูปในบล็อกนั้น
- สไตล์ — เปลี่ยนสี พื้นหลัง ระยะห่าง เฉพาะบล็อกนั้น ไม่กระทบบล็อกอื่น
- ตัวนับคลิก — ตรงนี้คือของดีที่หลายเครื่องมือไม่มี ระบบนับให้ว่าบล็อกนั้นถูกคลิกไปกี่ครั้ง คุณจะรู้ว่าลูกค้าสนใจส่วนไหนจริง ๆ ไม่ต้องเดาว่าควรตัดอะไรทิ้ง
- สวิตช์เปิด/ปิด — ปิดบล็อกชั่วคราวโดยไม่ต้องลบ เหมาะกับการทดสอบว่าตัดส่วนนี้ออกแล้วยอดดีขึ้นไหม
ด้านขวามีหน้าจอพรีวิวสลับ มือถือ / คอม ได้ตลอดเวลา แนะนำให้เปิดค้างไว้ที่มือถือ เพราะลูกค้าที่มาจากแอดเกือบทั้งหมดเปิดผ่านมือถือ
ขั้นตอนที่ 3: ใส่สินค้า ตั้งราคา และผูกโปรโมชั่น
เมนู "ระบบสินค้า" ในแถบซ้ายแยกเป็น 4 ส่วน: จัดการหมวดหมู่ สำหรับจัดกลุ่มสินค้า, จัดการสินค้า สำหรับใส่ชื่อ ราคา รูป และตัวเลือก, คูปองส่วนลด สำหรับสร้างโค้ดส่วนลด และ โปรโมชั่นอัตโนมัติ สำหรับตั้งเงื่อนไขให้ระบบลดราคาเองโดยลูกค้าไม่ต้องกรอกโค้ด เช่น ซื้อครบยอดแล้วส่งฟรี
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะรับเงินทางไหน อ่านสรุปตัวเลือกได้ที่ วิธีรับชำระเงินออนไลน์ และถ้าขายแบบเก็บเงินปลายทาง ดูระบบจัดการที่ ระบบเก็บเงินปลายทาง (COD)
ขั้นตอนที่ 4: ติด Pixel และ Conversion API
ไปที่เมนู Tracking Pixels ใต้หัวข้อ "เครื่องมือทางการตลาด" วาง Pixel ID ที่เตรียมไว้ได้เลย ไม่ต้องแตะโค้ด
ระบบรองรับ Conversion API (CAPI) ซึ่งส่งข้อมูลคำสั่งซื้อจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ตรงไปยังแพลตฟอร์มโฆษณา จุดสำคัญคือ Pixel แบบเดิมทำงานบนเบราว์เซอร์ จึงถูกบล็อกได้จากนโยบายความเป็นส่วนตัวของ iOS และตัวบล็อกโฆษณา การเปิด CAPI ควบคู่ช่วยให้ยอด Conversion ที่แพลตฟอร์มมองเห็นครบขึ้น ระบบแอดจึงเรียนรู้ได้แม่นขึ้น
ขั้นตอนติดตั้งแบบละเอียดทีละช่อง เราแยกไว้ที่ วิธีติด Facebook Pixel + Conversion API บนเซลเพจ
ในแถบเดียวกันยังมี SEO & Metadata สำหรับตั้ง title/description ที่จะขึ้นบน Google, QR Code สำหรับพิมพ์ลงสื่อออฟไลน์, Analytics ดูสถิติ และ Facebook Live Chat สำหรับฝังแชทหน้าเพจ
ขั้นตอนที่ 5: พรีวิว ทดลองสั่งซื้อ แล้วเผยแพร่
ก่อนกดเผยแพร่ ให้ทำสองอย่างนี้เสมอ: ดูพรีวิวสลับมือถือ/คอมให้ครบ และทดลองกดสั่งซื้อเองหนึ่งครั้งจนจบ เพื่อเช็กว่าฟอร์มส่งข้อมูลได้จริงและออเดอร์เข้าระบบ
เมื่อกดเผยแพร่แล้ว หน้าเพจจะออนไลน์ทันทีที่ URL ของคุณ และถ้าต้องการเอาลง ปุ่ม "ยกเลิกเผยแพร่" อยู่มุมขวาบนของตัวแก้ไข กดแล้วหน้าจะหายจากสาธารณะโดยที่งานยังอยู่ครบ
เพจที่เผยแพร่แล้วเร็วแค่ไหน (ตัวเลขที่วัดจริง)
ความเร็วเป็นเรื่องที่คนพูดถึงกันเยอะแต่ไม่ค่อยมีใครให้ตัวเลข เราจึงวัดหน้าเซลเพจที่เผยแพร่จริงบนระบบเมื่อ 10 กันยายน 2026 ได้ผลดังนี้
- เวลาตอบกลับจากเซิร์ฟเวอร์ (TTFB): 216 มิลลิวินาที
- เห็นเนื้อหาแรกบนจอ (First Contentful Paint): 0.59 วินาที
- โหลดครบทั้งหน้า: 0.65 วินาที
- ขนาดที่ต้องดาวน์โหลดทั้งหมด: 41 KB · จำนวนไฟล์ที่เรียก: 11 รายการ
ตัวเลขนี้สำคัญกับคนยิงแอดโดยตรง เพราะคนที่กดจากโฆษณามาแล้วต้องรอเกิน 3 วินาทีมักกดออกก่อนเห็นสินค้า — เท่ากับจ่ายค่าคลิกไปฟรี ๆ ยิ่งหน้าเบา ค่าต่อออเดอร์ยิ่งมีโอกาสถูกลง
สิ่งที่คุณทำให้ช้าได้เอง: อัปโหลดรูปไฟล์ใหญ่โดยไม่ย่อ ใส่วิดีโอความละเอียดสูงเล่นอัตโนมัติ และใส่บล็อกเกินจำเป็น ย่อรูปให้กว้างไม่เกิน 1200 พิกเซลก่อนอัปโหลด จะรักษาความเร็วระดับนี้ไว้ได้
บอทกินทราฟฟิกคุณมากกว่าที่คิด
ข้อมูลจากระบบตรวจจับบอทของ KirinCore วันที่ 10 กันยายน 2026 บล็อกบอทไป 954 ครั้งในวันเดียว คิดเป็นราว 15% ของทราฟฟิกทั้งหมดของวันนั้น
แปลว่าถ้าไม่มีระบบกรอง ทุก ๆ 100 คนที่คุณเห็นในสถิติ จะมีราว 15 คนที่ไม่ใช่คนจริง ผลกระทบมีสองชั้น
- ตัวเลขการตลาดเพี้ยน — อัตราการปิดการขายที่คำนวณจากยอดวิวปลอมจะต่ำกว่าความจริง ทำให้ตัดสินใจผิดว่าหน้าเพจไม่ดีทั้งที่จริงแล้วดี
- ระบบแอดเรียนรู้ผิด — ถ้าข้อมูลพฤติกรรมปลอมไหลเข้า Pixel ระบบจะไปหาคนที่ "หน้าตาเหมือนบอท" มาให้เพิ่ม
ระบบกรองบอททำงานอัตโนมัติอยู่แล้วโดยไม่ต้องตั้งค่า และดูรายงานได้ที่เมนู Bot Analytics บนแดชบอร์ด
3 จุดที่ควรปรับก่อนเป็นอันดับแรก
เมื่อเพจออนไลน์แล้ว อย่าเพิ่งไปปรับทุกอย่างพร้อมกัน ใช้ตัวนับคลิกรายบล็อกเป็นตัวชี้เป้า แล้วไล่ตามลำดับนี้
- ส่วนหัวและปุ่มสั่งซื้อแรก — ต้องเห็นทั้งพาดหัวที่บอกประโยชน์และปุ่มสั่งซื้อโดยไม่ต้องเลื่อนจอ ถ้าตัวนับคลิกของบล็อกล่าง ๆ เป็นศูนย์ แปลว่าลูกค้าไม่เลื่อนลงไปถึง ต้องแก้ส่วนหัวก่อน
- บล็อกที่คลิกเป็นศูนย์ติดกันหลายวัน — ลองปิดสวิตช์ดู 3–7 วันแล้วเทียบยอด ถ้ายอดไม่ตกก็ตัดถาวรได้ หน้าสั้นลงและโหลดเร็วขึ้น
- ฟอร์มสั่งซื้อบนมือถือ — ช่องกรอกต้องกดง่าย ไม่ถามข้อมูลเกินจำเป็น ทุกช่องที่ตัดออกได้คือโอกาสปิดการขายที่เพิ่มขึ้น
เทคนิคเพิ่มอัตราปิดการขายแบบลงลึกกว่านี้ รวมไว้ที่ วิธีเพิ่ม Conversion ให้เซลเพจ
สรุป
ขั้นตอนจริงมีแค่นี้: สมัครฟรี ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เลือก 1 ใน 6 เทมเพลต จัดบล็อก ติด Pixel แล้วกดเผยแพร่ — ได้ URL เป็นซับโดเมนของตัวเอง โหลดจบใน 0.65 วินาที พร้อมตัวนับคลิกรายบล็อกและระบบกรองบอทติดมาให้ตั้งแต่แผนฟรี
ถ้าขายผ่าน Instagram หรือ TikTok เป็นหลักและอยากรวมทุกลิงก์ไว้ที่เดียว ดูวิธีทำได้ที่ ลิงก์ในไบโอ (Link in Bio)
เริ่มสร้างเซลเพจฟรีกับ KirinCore ได้ที่นี่ — ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีสำหรับเพจแรก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำเซลเพจฟรีได้จริงไหม มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือเปล่า
ได้จริง KirinCore เปิดให้เริ่มต้นใช้งานฟรี สมัครแล้วสร้างเซลเพจและเริ่มรับออเดอร์ได้เลย เหมาะทั้งกับคนเพิ่งเริ่มขายที่อยากลองตลาด และร้านที่ขายจริงจังอยู่แล้ว เมื่อธุรกิจโตขึ้นค่อยพิจารณาอัปเกรดตามความต้องการของร้าน
ต้องมีความรู้เขียนโค้ดหรือออกแบบไหม
ไม่ต้องเลย ระบบเป็นแบบลากวางทั้งหมด และมีเทมเพลตที่วางโครงสร้างการขายมาให้แล้ว คุณแค่เปลี่ยนรูป ข้อความ และราคาเป็นของร้านตัวเอง คนที่ไม่เคยทำเว็บมาก่อนก็สร้างเพจแรกเสร็จได้ในเวลาประมาณ 5 นาที
ใช้เซลเพจกับการยิงแอด Facebook หรือ TikTok ได้ไหม
ได้ และถือเป็นการใช้งานที่เหมาะที่สุดด้วย เพราะเซลเพจของ KirinCore รองรับทั้ง Facebook Pixel, TikTok Pixel และ Conversion API (CAPI) แบบฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ช่วยให้การวัดผล Conversion ครบถ้วนขึ้นแม้เจอข้อจำกัดจากนโยบายความเป็นส่วนตัวของ iOS หรือตัวบล็อกโฆษณา ระบบแอดจึงมีข้อมูลไปใช้ Optimize ได้ดีขึ้น
เซลเพจกับลิงก์ในไบโอต่างกันยังไง
ลิงก์ในไบโอคือหน้ารวมทุกช่องทางของร้าน เช่น ลิงก์สินค้า โซเชียล และช่องทางติดต่อ เหมาะกับแปะในโปรไฟล์ Instagram หรือ TikTok ส่วนเซลเพจโฟกัสการขายสินค้าหรือแคมเปญเดียวให้จบในหน้าเดียว สองอย่างนี้ใช้ควบคู่กันได้ดีมาก และใน KirinCore สร้างได้ทั้งคู่ในแพลตฟอร์มเดียว
ขายบนมาร์เก็ตเพลสอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องทำเซลเพจไหม
แนะนำให้มีควบคู่กัน มาร์เก็ตเพลสช่วยให้เข้าถึงคนซื้อจำนวนมาก แต่เซลเพจทำให้คุณเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า ไม่เสียค่าธรรมเนียมรายออเดอร์ และยิงแอดเข้าหน้าเพจของตัวเองได้เต็มประสิทธิภาพ ร้านที่เติบโตอย่างมั่นคงส่วนใหญ่มีช่องทางขายของตัวเองเสมอ
KirinCore